วันเสาร์ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2555

"จิตวิญญาณ"


จากจิตวิญญาณที่มีอวิชชาปกคลุม 

มาสู่พื้นพิภพนี้เพื่อหาวิธีถากถาง อวิชชาที่ปกคลุมอยู่ 

เพื่อจะได้เข้าถึงธรรมชาติที่แท้จริง

"อนุเสาวรีย์ของชีวิต"




ชีวิตคือการเดินทาง เรือนร่างเหมือนศาลาอาศัย

เกิด-แก่-เจ็บ-ตาย คือปกติของชีวิต

อุดมการณ์ของชีวิต คือเกิดมาทำไม
...
อุดมการณ์ของชีวิตคือ วันตายมิใช่วันสุดท้ายของชีวิต

คำถามของชีวิต คือเราจะได้อะไรจากการเกิดมากชาติหนึ่งนี้

เราไม่ได้เกิดมาเพื่อหญิงคนหนึ่งแน่ๆ

เราไม่ได้เกิดมาเพื่อชายคนหนึ่งแน่ๆ

เราไม่ได้เกิดมาเพื่อเที่ยวสนุกสนาน

เราไม่ได้เกิดมาเพื่อยาเสพติด

เราไม่ได้เกิดมาเพื่อ สุรา บุหรี่

เราไม่ได้เกิดมาเพื่อเล่นการพนัน

เราไม่ได้เกิดมาเพื่อเข้าไปอยู่ในคุกในตาราง

สิ่งที่ทำให้ชีวิตเราเปื้อนจะเก็บไว้ทำไม

บาป ความชั่วทุกชนิด ล้วนทำให้ชีวิตเราแปดเปื้อนทั้งนั้น

สิ่งเพิ่มค่าชีวิตมิใช่เพชรนิลจินดา แต่คือ บุญ-ความดี

เหตุไรเราจึงไม่สั่งสมบุญ คุณความดี กุศล-ธรรมะ

ในโลกนี้มีของดีมีค่ามากมาย ทำไมเราจึงไม่เก็บ

เหตุไรเราจึงเสียดายความชั่ว ทำไมเราไม่โยนทิ้งไป

ความดีในโลกดุจสมบัติมีค่ามหาศาล เหตุไรหลายๆ คนเขาเก็บ แต่เราไม่เก็บ

ความชั่วดุจของเน่าเหม็น เหตุไรคนอื่นๆเขาไม่เก็บ แต่เราเก็บ

ความดีเป็นอนุสาวรีย์ของชีวิต

รีบสร้างความดี อนุสาวรีย์ของชีวิต ก่อนที่ตัวจะตาย

"มืด-สว่าง"



ความมืดสลัว ย่อมมัวหมอง

หวังพึ่งจ้อง ความชัดเจน ไม่เห็นหน

ดุจดั่งแสง ริบหรี่ ในใจคน

หวังซึ่งผล "ความแจ่มชัด" ไม่อาจเจอ

... แสงนั้นหรือ คือแสง แห่งปัญญา

บรรเจิดจ้า จรัสศรี มิฝันเพ้อ

ปรากฏแจ่ม กลางใจ ใช่ละเมอ

เมื่อพบเจอ ย่อมชัดเจน เพราะเห็นจริง

"คำสอนพระพุทธเจ้า"



คำสอนพระพุทธเจ้า

คนคนหนึ่งเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าและ

ขอพรพระองค์โดยพูดว่า "ฉันอยากมีความสุข"
... 
พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่่า ถ้าเจ้าอยากมีความสุข

ประการแรกให้ตัดคำว่า "ฉัน" ออกไปก่อนเพราะนั้น คือการยึดตัวตนคือหลงในอัตตา 

ต่อมาประการที่สองให้ตัดคำว่า "อยากมี" ออกไปเพราะนั้นคือ ความโลภ 

เมื่อเจ้าทำตามนี้ ที่นี่เจ้าก็จะมีแต่ "ความสุข" 

วันพฤหัสบดีที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2555

"เหนือฟ้ายังมีฟ้า"


เหนือฟ้ายังมีฟ้า 

"ที่สุดของกลางคือใจกลางและ กลางของกลาง.. ของกลาง.. ของกลาง....

ที่สุดของลึกก็ยังมีลุ่มลึกลงไป ลึกลงไป ลึกลงไป 

ที่สุดของความใส ก็ยังมียื่งกว่าใส ยิ่งกว่าใส ยิ่งกว่าใส 

ที่สุดของความไม่ยึดมั่น คือไม่ยึดมั่นแม้แต่ความไม่ยึดมั่น"

                                                                                   PJ Victory



กายนี้เราก็ยืมเค้ามา จิตเดิมแท้คือว่างเปล่า 

จะยึดไว้ให้ติดให้เกาะทำไม ปล่อยวางทุกสิ่งบ้างได้มั้ย

เหลือเวลาหายใจกันสักเท่าไร คิดได้มากมายลงมือทำได้แค่ไหน

                                                                                          สุดที่รัก รักที่สุด 


"โทสะ"




"เมื่อโทสะเข้าครอบงำคุณธรรมอยู่ที่ใด

เมื่อจิตแยกจากใจแล้วใครคือตัวตน

จิตหนึ่งดั่งพุทธะครองสมณะผ้าเหลืองใส

จิตหนึ่งร้อนดั่งไฟแผดเผาไหม้ใจของตน"

"แน่นอน"


หนทางตรงหน้าล้วนขวากหนาม

เพียงวิ่งไล่ตามความฝัน

หลงไปจนไร้คืนวัน

เดียวดายฉับพลันทันใด


แม้จิตยังคิดโหยหา

กายามิห่างไปไหน

แต่แล้วกับดูแสนไกล

เพราะใจเฝ้าไฝ่นิพาน


ร้อนรุ้มกลุ้มใจใคร่คิด

ดวงจิตถูกผิดท่ามกลาง

เหว่หว้าเดียวดายอ้างว้าง

ละวางฉับพลันทันที


ดีชั่วตัวทำพร่ำบอก

กลิ้งกลอกคำคนนั้นหนา

เจ็บแล้วเจ็บเล่าโสกา

น้ำตามิช่วยอันใด


โลกนี้มีอะไรแน่แท้

เกิดแก่เจ็บตายใช่มั้ย

ปล่อยวางกันบ้างเป็นไร

ยึดไปทำไมให้เสียเวลา